วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2552
วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2551
“ขวัญ” ปัดปล่อยโฮเหตุง้อ "กอล์ฟ" ไม่สำเร็จ ลั่นอยากคืนดี
"ขวัญ" ฟุ้งเดาใจ “แพน” ไม่ออกหนีหายปล่อยยืนบ่นอยากสัมภาษณ์คู่คนเดียว ปฏิเสธเจอ “กอล์ฟ” ปล่อยโฮกลางห้าง เผยไม่สะอึกนักร้องหนุ่มอินจัดโชว์เพลง “ยิ่งรักยิ่งเจ็บ” คาดอีกฝ่ายบอกเข็ดอาจเข้าใจผิด เปรยอยากกลับมาคุยอีกครั้งหากยอมเปิดใจ ลั่นเพื่อนสมัยเรียนไม่หักหลักแฉพฤติกรรมสุดแย่ผ่านเมลล์
หลังจากที่มีข่าวไม่กินเส้นกันมานาน ล่าสุดคู่แม่ลูกเกาเหลา "แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์" และนางเอกสาว "ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์" ต่างควงแม่มาร่วมงาน "โครงการงานแฟชั่นการกุศล สมาคมนักข่าวบันเทิง" ที่โรงแรมมิลเลเนี่ยม ฮิลตัน กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน งานนี้จึงเป็นที่จับตาจากสื่อกับการพบปะครั้งนี้ของทั้งคู่ว่าจะไม่เกาเหลาอย่างที่เคยปฏิเสธกันหรือไม่
แต่พอสื่อมวลชนกระแซะขอถ่ายรูปและสัมภาษณ์คู่ สาว “แพน” กลับแว๊บหนีหายไปก่อนทิ้งให้อีกฝ่ายบ่นอยากสัมภาษณ์คู่ด้วยอยู่คนเดียว ซึ่งเรื่องนี้นางเอกสาว "ขวัญ" เผยไม่สามารถเดาใจสาว “แพน” ได้ว่าปลีกตัวหนีหายไปทำไม
"หนูก็มารอ แต่ถ้ามาถ่ายรูปคู่แพนหนูก็ไม่มีปัญหาอะไรนะเป็นเพราะเราไม่ได้มีปัญหาอะไรกันอยู่แล้ว ถามว่าพอเห็นเขาเดินออกไปรู้สึกยังไงหนูไม่ทราบเขา คือคนอื่นหนูไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินความคิดเขาได้เพราะเราไม่ใช่เขา ถ้าถามความรู้สึกขวัญ ขวัญไม่มีปัญหาอะไรกับใครนะขวัญจริงใจให้เขา ขวัญไม่เคยทำร้ายใคร พี่สังเกตอย่างให้ข่าวไม่เคยให้ข่าวป้ายสีใครเลยหรือว่าแทงข้างหลังใคร เพราะเวลาอยู่ต่อหน้าทุกคนดีกับขวัญเพราะฉะนั้นขวัญเชื่อสิ่งที่อยู่ต่อหน้า"
เผยการไม่ได้สัมภาษณ์คู่กันไม่ทำให้ตอกย้ำข่าวเกาเหลามากยิ่งขึ้น
"หนูว่าไม่ตอกย้ำนะเพราะหนูก็ไม่ทราบว่าเขาจะให้ถ่ายรูปคู่กัน คือเขาอาจออกไปธุระส่วนตัวอะไรก็ได้แต่เวลาเขาเจอขวัญเขาก็ยิ้มให้ขวัญ หนูไม่เห็นว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอะไรที่ไม่ดีต่อขวัญเลย หนูก็เหมือนเดิมยังไหว้แม่เขา ยังทักเขาเหมือนเดิม"
จากนั้นถามถึงกรณีที่มีคนเห็นสาว "ขวัญ" บังเอิญเจอนักร้องหนุ่ม "กอล์ฟ พิชญะ" จึงเข้าไปทักทายในร้านอาหารห้างหรู ซึ่งแหล่งข่าวเผยว่านางเอกสาวพยายามง้อขอคืนดีนักร้องหนุ่มด้วยแต่ไม่สำเร็จ จึงออกมาจากนอกร้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียดพร้อมทั้งน้ำตา เรื่องนี้เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้เจอหนุ่ม "กอล์ฟ" แต่อย่างใด รับที่ผ่านมาเคยเสียน้ำตาให้กับความเสียใจกับบุคคลที่สามแต่ไม่ขอพาดพิง
"ไม่ทราบเหมือนกัน ถ้าบอกว่าขวัญจะร้องไห้คงไปร้องไห้ในที่ส่วนตัวคือขวัญเดินไปอีกนิดนึงก็ถึงห้องน้ำแล้ว กลั้นใจอีกนิดเดียวแล้วไปห้องน้ำไม่ได้เชียวเหรอ เราไม่ได้เจอกันค่ะ ถ้าขวัญจำไม่ผิดนะตั้งแต่เลิกคุยกันไม่ได้เจอเขาเลย"
"ส่วนถ้าหนูจะร้องไห้จริงๆ ก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วเพราะขวัญเป็นเด็กตัวเล็กๆ คนนึงมันก็ต้องมีดีใจบ้างเสียใจบ้างเป็นธรรมดาแต่ถ้าหากร้องไห้คงร้องไห้ที่มิดชิดหน่อยคงไม่ถึงกับกลางห้าง"
"ถ้าขวัญเสียใจขวัญร้องไห้อยู่แล้ว แต่ว่าขวัญจะร้องไห้เรื่องอะไรถึงใครบ้างอันนี้ขวัญไม่อยากพูดเพราะไม่อยากเอ่ยถึงบุคคลที่สามน่ะค่ะมันก็ไม่ดี เฮิร์ทเหรอคะหนูไม่รู้ว่าเฮิร์ท แต่ถามว่าขวัญรู้สึกดีกับใครบางคนไหม หนูรู้สึกดีให้กับคนทุกคนอยู่แล้วเพราะหนูไม่เคยทำร้ายใคร"
"ไม่ถึงกับง้อนะขวัญยังรู้สึกเหมือนเดิม ขวัญรู้จักกันมา 3 ปีแล้ว เราไม่ได้คบกันเป็นแฟนหรือคู่รักเหมือนที่พี่ๆ เข้าใจกันสถานะและความสัมพันธ์เหมือนเดิมจริงๆ ถ้าถามขวัญถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวของเขากับใครเนี่ยอันนี้ขวัญไม่รู้เพราะเรารู้จักกันแบบพี่น้อง แบบเพื่อนก็ย่อมมีช่องว่างของแต่ละคน ขวัญไม่สามารถก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขาได้"
ถามต่อถึงวันงานคอนเสิรต์ของเพื่อนหนุ่มเคยสนิทเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาโดยเลือกเพลง “ยิ่งรักยิ่งเจ็บ” มาร้องด้วยลีลาที่ดูเหมือนอินกับเนื้อหาในบทเพลงแบบสุดใจ งานนี้สาว "ขวัญ" บอกยังไม่เห็นภาพนักร้องหนุ่มจึงไม่รู้สึกสะอึกตามเนื้อหาเพลงแต่อย่างใด เผยหากอีกฝ่ายจะกลับมาคุยอีกครั้งพร้อมเปิดใจ ฟุ้งที่ผ่านมาห่างกันเพราะด้วยอารมณ์เด็กของทั้งคู่
"ขวัญเชื่อว่ากอล์ฟเขาเป็นคนเก่งในการทำงาน เขาจะทำผลงานเขาได้ดีเขาต้องอิน หนูว่าอาจจะอินไปตามบทเพลงมากกว่าเขาเป็นคนเก่ง ถามว่าสะอึกไหมได้ยินเพลงนี้ขวัญไม่รู้ค่ะขวัญไม่ได้ชม ขวัญยังรู้สึกดีกับเขาเพราะเขาเป็นคนดีคนนึง เขาไม่เคยทำร้ายขวัญ ถ้าเขาจะกลับมาคุยกับขวัญก็พร้อมเพราะขวัญยังรู้สึกดีอยู่ ขวัญยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง"
"ถ้าเขามาคุยกับขวัญก็ยินดีที่จะคุยเพราะเขาเป็นคนที่ดีกับขวัญ มีโอกาสสนิทเหมือนเดิมไหม ไม่ทราบขึ้นอยู่กับเขาเพราะขวัญยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ถามว่าถ้าขวัญยังเหมือนเดิมแล้วอะไรทำให้เลิกคุยกันเพราะเรายังเด็กด้วยมั้งเพราะอารมณ์เราสองคนด้วยค่ะ คือเลิกกันในทีนี้คือเราเป็นเพื่อนกันนะไม่ใช่เราคบกันในฐานะคู่รัก เราเป็นเพื่อนกันแต่ยังเด็กกันทั้งคู่ไม่ดีใส่กันบ้างในบางครั้งแต่เขาเป็นคนดีน่ะค่ะเป็นคนดีมาก ตอนนี้ไม่ค่อยได้คุยกันเพราะเราห่างกันไปแต่ขวัญยังรู้สึกเหมือนเดิม"
บอกตั้งแต่ห่างกันยังไม่เคยโทรหาฝ่ายชายและเข้าไปคุยผ่าน msn เหมือนทุกครั้งที่เคยทำ
"ไม่มีค่ะ เราต่างคนต่างห่างให้ระยะเวลามันนั่นกันดีกว่าเราให้มันโตขึ้นดีกว่า อนาคตหนูตอบไม่ได้ แต่หนูยังรู้สึกดีอยู่หนูไม่ได้ว่าว่าเขาแย่เขาเป็นคนดี ถ้าเจอขวัญก็ทัก (msn) เขานะคะแต่ขวัญยังไม่มีโอกาสเจอเขา ถามว่าถ้ากลับมาคบกันแฟนๆ มีสิทธิ์ลุ้นไหมหนูก็ไม่รู้ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่หนูคนเดียวไม่ได้ขึ้นอยู่ทั้งขวัญและเขา เชื่อว่าความเป็นเพื่อนมันตัดกันไม่ขาดอยู่แล้ว เราไม่ใช่อกหักอย่างคนรักกันเราเป็นเพื่อนที่รู้สึกดีต่อกันมากกว่าอย่าไปคิดอย่างนั้นเลย"
เปรยครั้งที่นักร้องหนุ่ม "กอล์ฟ" บอกเข็ดแล้วอาจเกิดจากความเข้าใจผิด
"ทุกอย่างมันสามารถเข้าใจผิดกันได้ค่ะปล่อยให้เวลาพิสูจน์ไปแล้วกัน เพราะข่าวแต่ละครั้งขวัญทำบ้างไม่ทำบ้าง อย่างข่าวไปทุบรถถ้าหนูทำจริงนะคงต้องขึ้นโรงพักคดีใหญ่นะคะถ้าหนูทำ"
ถามต่อแสดงว่าความสัมพันธ์ที่ทำให้ทั้งคู่ห่างกันเป็นเพราะเกิดจากการเข้าใจผิดใช่หรือไม่ เจ้าตัวเผย...."อันนี้หนูไม่ทราบเหมือนกัน คงเป็นการเข้าใจผิดกันแหละไม่อย่างนั้นเราคงไม่ห่างกันแล้วด้วยความที่เรายังเด็กด้วย ตอนนี้ยังไม่อธิบายกับเขาเพราะเราห่างกัน"
จากนั้นผู้สื่อข่าวถามถึงฟอร์เวิล์ดเมลล์ที่มีการส่งต่ออย่างเมามันด้วยข้อความที่เขียนพาดพิงนางเอกสาวหน้าสวยมีเนื้อหาทำนองว่า เพื่อนชายสมัยเรียนมัธยมออกมาแฉถึงพฤติกรรมที่ขัดกับการสวมบทนางเอกอย่างชัดเจน ทั้งชอบโดดเรียน พูดจาหยาบคาย แถมยังชอบด่าอาจารย์ ซึ่งเรื่องนี้สาว "ขวัญ" มั่นใจเพื่อนไม่หักหลังแฉแน่นอน
"เรื่องนี้เป็นแบบว่าสื่อสองทาง ใครจะเขียน ใครจะเอ่ยถึงใครก็ได้ เพราะฉะนั้นขวัญไม่ไปยุ่งกับเขาดีกว่า คนร้อยคนคงให้ใครมารักขวัญร้อยคนไม่ได้ ขวัญรู้ตัวว่าขวัญเป็นแบบนี้ พี่ๆ ถามคำถามมาหนูตอบทุกคำถาม หนูยืนจนกระทั่งพี่หมดคำถามหนูก็ทำเต็มที่นี่คือหนูแต่ใครตัดสินใจยังไงหนูไม่สามารถไปให้พวกๆ คิดเหมือนที่หนูคิดได้ หนูทำเต็มที่ทำดีที่สุดแล้ว"
"หนูไม่รู้ว่าใครฟอร์เวิร์ดเมลล์มาหรือจุดประสงค์เขาคืออะไรขวัญไม่ตัดสินเขา แต่ถ้าถามขวัญเป็นยังไงขวัญเป็นแบบนี้ก็ต้องใช้พวกพี่ๆ ตัดสินใจขวัญจะทำแบบนั้นได้ไหม สืบไหมหนูไม่พยายามจะไปทำลายอนาคตใครมากกว่าคะ หนูเชื่อว่าทุกอย่างกาลเวลาจะพิสูจน์เองหนูไม่จำเป็นต้องวิ่งหนี ต้องดิ้นรน"
"ไม่โกรธเพราะหนูเชื่อว่าเพื่อนหนูทุกคนไม่มีใครทำแบบนี้ ทั้งห้องมี 34 คนเวลามีมีตติ้งที่ไหนไป 34 คน ไม่มีใครทำร้ายใคร บอกว่าเขาเรียกแก็งค์ไฮโซไม่ใช่ห้องขวัญไม่ไฮโซเลย ขวัญไม่ได้มีเพื่อนรวยเลย เชื่อว่าคนที่เป็นเพื่อนขวัญ 34 คนไม่มีใครทำแบบนี้ ไม่มีเพื่อนที่เป็นอริค่ะ"
ลุ้นรีเทิร์น พลอยเฝ้าโดม

ก่อนจะออกมายืนยันว่าทางใครทางมัน
สําหรับความสัมพันธ์ระหว่าง "โดม-ปกรณ์ ลัม" และ "พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์" เพราะก่อนหน้านี้ทั้งคู่ก็รักกันหวานเจี๊ยบจนหลายคู่ต่างพากันอิจฉาตาร้อน พร้อมกับคาดคะเนไปต่างๆ นานาว่าจะคบกันยืดหรือไม่ ?
ล่าสุดก็เป็นไปตามคาดเมื่อทั้งคู่บอกเลิกศาลาไปเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่หมดเท่านี้ความสัมพันธ์ที่ถูกตัดทอนกันเหลือเพียง "พี่น้อง" นั้นยิ่งหนักข้อขึ้นทุกวัน ปากก็บอกว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ และลดฐานะลงแล้ว แต่พฤติกรรมของ "พลอย" ที่แสดงออกมันช่างเหมือนกัน คนที่กําลังตบตาหลอกคนอื่นหรือเล่นเกมอะไรอยู่
ยามที่ "โดม" ไปไหน "พลอย" ก็จะตามไปเฝ้าใกล้ชิดและคอยปรนนิบัติพัดวีให้ยิ่งกว่าตอนที่กําลังคบหาดูใจกันซะอีก จนมีบางกระแสบอกว่าตอนนี้ "พลอย" กําลังเล่นตลกและตบสื่อเข้าฉาดเบ้อเร่อ ปากก็บอก "พี่น้อง" แต่พฤติกรรมมันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะซี
ล่าสุด "โดม" ไปเล่นคอนเสิร์ตแห่งหนึ่ง ณ สตูดิโอมูนสตาร์ "พลอย" ก็ตามไปเชียร์และคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง ประหนึ่งเหมือน "คู่รักข้าวใหม่ปลามัน" ก็ไม่เชิง
ทั้งคอยไปดูแลอย่างใกล้ชิดจน "โดม" ขึ้นเล่นคอนเสิร์ตและร้องเพลงที่กําลังถูกบรรจุขึ้นมาในอัลบั้มชุดใหม่ชื่อ"เธอเลือกคนไม่ผิด" ซึ่งเนื้อหาของเพลงเจ้าของก็พูดดังฟังชัดว่า "เป็นการนําส่วนเสี้ยวหนึ่งของเขาที่เคยเจอเรื่องราวดีๆ และผ่านเรื่องราวร้ายๆ มาช่วงหนึ่ง จนมาเป็นบทเพลงนี้"
โอ๊ย! ฟังแค่นี้มีเหรอสาวนางไหนจะไม่ใจอ่อนระทวยกันบ้าง รวมไปถึง"พลอย" ที่ในวันนั้นมาในชุดกางเกงยีนส์พอดีตัว พร้อมกับชุดสีขาวมีเสื้อยืดอยู่ด้านในของเสื้ออีกที ซึ่งใส่ทับมาปิดมิดชิด ยืนแอบยิ้มพร้อมกับทําท่าทางกุมปากปานจะร้องไห้ยังไงยังงั้น พอเสียงเพลงจบลง "พลอย" ก็เกือบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวซะแล้ว พอสิ้นเสียงเพลงที่ประโคมใส่เข้าไปในกลางใจของ "พลอย" ปุ๊บ ภาพด้านหลังเวทีที่ไม่มีใครได้เห็นคือ ภาพของฝ่ายหญิงเข้าไป "นวดขมับ" พร้อมประคองหัวของฝ่ายชายไว้ในอุ้งมือของเธออย่างเบาๆ นวดคลึงไปมาอยู่นานทีเดียว ก่อนที่จะสวีทหวานกันต่อด้วยการนั่งหม่ำข้าวอยู่หลังเวที พร้อม "พลอย" ตักอาหารและข้าวป้อนใส่ปาก "โดม" อยู่ตลอดเวลา
สร้างความสนเท่ห์ให้กับผู้คนแถวนั้นเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อ "พลอย" บอกว่าเลิกรากับ "โดม" แล้วทําไมปรนนิบัติ ฝ่ายหนุ่มที่ตนเองบอกกําลังคบหาในฐานะ "พี่" เยี่ยงนี้ หรือที่มีคนบอกว่าเป็นเพียงการสร้างกระแสของคนทั้งคู่ไม่ให้ตกจากหน้าหนังสือพิมพ์ รวมถึง "ความแหล" ของ "พลอย" ที่เข้าขั้นเป็นเอามากๆ ด้วยหรือเปล่า
ในค่ำคืนนั้นยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น เมื่อเวลาที่ "โดม" ต้องไปเวลาโดยประมาณ 19.00 น. ทั้งคู่ก็หยุดภารกิจตรงหน้า พร้อมกับฝ่ายชาย ประคองกอดฝ่ายหญิงไปส่งตรงถึงรถ พร้อมกับท่าทีการเล่นหู-เล่นหัว ที่ต่างจากการกระทําของคนเป็น "พี่น้อง" กันอย่างมากๆ
ก่อนที่ทั้งคู่จะพาร่างที่อิงแอบกันชิดใกล้ พร้อมกับตอนที่พลอย และโดมไปถึงที่รถ "พลอย" ก็ยังซบไหล่ "โดม" ไปตลอดทาง ช่างเป็นภาพที่น่าสนใจจริง
คงต้องคอยจับตาดูพฤติกรรมของคนคู่นี้ต่อไปว่าจะเริ่มนับ 1 ในฐานะอะไร แล้วจะพาให้ความสุขของพวกเขาราบรื่นหรือไม่ ต้องคอยติดตามกัน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก/www.zubzip.com
วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2551
"บลู"แค้นมือมืดจับก้นจนสะดุ้ง

''บลู-เอลิกา'' แค้นจัด ถูก ''บีบก้น'' ในผับ ระหว่างไปโชว์ตัวต่างจังหวัด เซ็ง จับตัวมือซนไม่ได้ เพราะคนเยอะมาก ส่วนเรื่องหัวใจยังนิ่งๆ อยู่ในช่วงปรับตัว และยังไม่อยากพูดมากเรื่องนี้
ลุกขึ้นมาถ่ายเซ็กซี่ก็นานแล้ว แต่ที่ผ่านมา ดาราสาว ''บลู'' เอลิกา พลอยอัมพร ก็โล่งอกมาตลอดที่ยังไม่เคยเจอโรคจิตมากวนใจ แต่ล่าสุดเจ้าตัวโดนเข้าจังๆ เสียแล้ว ซึ่งดาราสาวที่กำลังมีผลงานภาพยนตร์วีซีดีเรื่อง ''กว่าจะเป็นยอดรัก'' ของบริษัทดีร้องดี ได้เปิดใจว่าไม่คาดคิดมาก่อนที่จะเจอพวกลามกมา ''บีบก้น'' จังๆ แบบนี้
''เมื่อไม่นานมานี้ บลูไปงานโชว์ตัวที่ต่างจังหวัดค่ะ สถานที่วันนั้นมันเป็นในผับ ก็ไปกันหลายคน และก็มีพี่ๆทีมงานประกบดูแลตลอด เนื่องจากวัยรุ่นเยอะมาก แล้วก็มืดด้วย ลำพังแค่เสียงแซวเราก็โอเค เป็นธรรมดาเข้าใจว่าก็ต้องมีบ้าง แต่ที่รับไม่ได้ก็คือ เดินๆ อยู่ บลูโดนจับก้นไม่รู้ด้วยว่าใคร เพราะคนเยอะมาก ไม่ได้จับธรรมดา คือบีบเลยค่ะ เราก็สะดุ้ง ตอนนั้นกำลังเดินไปหน้าเวที รู้สึกโกรธมาก แต่ยังไม่กล้าเอะอะโวยวายอะไร เลยไปบอกทีมงานที่จัดงานวันนั้น เขาก็ขอโทษบลูที่ดูแลไม่ทั่วถึง ไม่รู้สิคะ บลูว่ามันเกินไป น่าจะมีมารยาทกันมากกว่านี้ ทำเอาเซ็งไปเลยค่ะ''
ทางด้านความรักกับ ''โชกุน สันธนพานิช'' นั้น ดาราสาวกล่าวว่า ''ตอนนี้บอกได้เลยค่ะว่ามันนิ่งๆ ไม่อยากคิดอะไร บลูเองก็เบื่อข่าวรักๆ เลิกๆ มีความรู้สึกว่าเรื่องของคนสองคน บางทีกำลังปรับตัวเข้าหากัน ก็หาว่าเข้ากันไม่ได้ มันบั่นทอนจิตใจนะ ตอนนี้ก็เฉยๆ ดีกว่าค่ะ ไม่อยากพูดเยอะ เวลาจะตัดสินเองค่ะ ว่าจะออกมาเป็นยังไง บลูอยากทำงานมากกว่ามาพูดเรื่องความรักค่ะ'' บลู
